movie-online

ความเคร่งเครียดของเชื้อไวรัสอาจก่อให้สมองของพวกเราแตกสลายได้

ดูหนังออนไลน์ ฉันอยู่ในตั้งเวลา แม้กระนั้นแทนที่จะมุ่งความพอใจจิตใจของฉันกลับกระปรี้กระเปร่าไปด้วยเรื่องเล็กน้อยที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แท็บเล็ตสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาเล่าเรียนปีที่ 1 ของฉันปรารถนาการอัปเดตก่อนจะเข้าห้องเรียนออนไลน์ในวันพรุ่ง การตายจาก COVID-19 ในนิวยอร์กสิตี้ทำให้ผมน้ำตาซึมอีกที เด็กโน่นกรีดจากข้างบนหรอ ฉันจำเป็นต้องวิ่งขึ้นไปตรงนั้นหรือผัวของฉันจะดูแล? ความนึกคิดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆพวกนี้เฉดหัวไล่ความนึกคิดที่กระจ่างว่างานของฉันปรารถนา มานะที่จะคิดให้เกิดเรื่องราวที่สอดคล้องต้องกันที่เกี่ยวก็ลอยหายไป หนัง hd

ฉันกระจุยกระจายวิตกกังวลแล้วก็ล้า แล้วก็ถึงแม้พวกเราทุกคนจะสันโดษด้านสังคม แม้กระนั้นฉันก็มิได้อยู่ตามลำพัง การแพร่ระบาดของโรคระบาดรวมทั้งความเคลื่อนไหวทางด้านสังคมแล้วก็เศรษฐกิจทำให้ผู้คนทั่วทั้งโลกรู้สึกดังว่าไม่อาจจะโยงความนึกคิดสองอย่างเข้าด้วยกันได้ ความเคร่งเครียดได้ทำจำนวนหลายชิ้นกับพวกเรา ไม่น่าประหลาดใจสำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่เรียนเรื่องความตึงเครียด สมองของพวกเรามิได้ถูกผลิตขึ้นเพื่อทำคิดการวางเป้าหมายและก็การเขียนจำที่สลับซับซ้อนในขณะที่มีการเปลี่ยนครั้งใหญ่ ความรู้สึกขาดตกบกพร่องเป็น“ การโต้ตอบทางด้านชีววิทยาตามธรรมชาติ” Amy Arnsten นักประสาทวิทยาจาก Yale School of Medicine กล่าว “นี่เป็นแนวทางที่สมองของพวกเรามีสาย” งานค้นคว้าวิจัยหลายทศวรรษได้ชี้แจงถึงแนวทางที่ความตึงเครียดสามารถทำลายธุรกิจได้ตามธรรมดาในสมองของพวกเรา การเรียนรู้เมื่อเร็วๆนี้ทำให้แน่ชัดเพิ่มขึ้นว่าความเครียดช่วยทำให้พวกเราสามารถคิดแผนล่วงหน้าได้ยังไงรวมทั้งแสดงแนวทางหนึ่งที่ความตึงเครียดเปลี่ยนวิธีทำงานของเซลล์สมอง นักวิทยาศาสตร์เห็นด้วยว่าการแพร่ระบาดของโรคนี้เป็นจังหวะสำหรับในการทดสอบครั้งใหญ่แบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความเคร่งเครียด COVID-19 ทำให้พวกเราจำเป็นต้องพบเจอกับความเคร่งเครียดด้านของสุขภาพเศรษฐกิจแล้วก็สังคม รวมทั้งวันที่หมดก็ไม่มีให้มองเห็น นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มสะสมข้อมูลเพื่อตอบปัญหาต่างๆแต่ว่าสิ่งหนึ่งที่แจ่มชัด: การระบาดคราวนี้ทำให้เราทุกคนตกอยู่ในดินแดนที่ไม่มีผู้ใดมองเห็นความรู้ความเข้าใจที่น่าพิศวงของสมองมนุษย์อาศัยการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท ศูนย์กลางของกิจกรรมอย่างหนึ่งเป็นเปลือกข้างหน้าซึ่งมีความจำเป็นต่อแบบการคิดที่เพ้อเจ้อที่สุดของพวกเรา “ หน้าที่ของประธาน” กลุ่มนี้รวมทั้งการคิดเชิงสิ่งที่เป็นนามธรรมการวางเป้าหมายการเขียนจ่อการแสดงมายากลข้อมูลหลายส่วนรวมทั้งแม้กระทั้งการฝึกฝนความทรหดอดทน ความเคร่งเครียดสามารถทำลายสัญญาณของฮับการเล่าเรียนสัตว์ทดสอบรวมทั้งมนุษย์ได้บอกให้เห็น “ แม้กระทั้งความเคร่งเครียดที่ไม่ร้ายแรงก็สามารถทำให้เยื่อหุ้มสมองข้างหน้าลดน้อยลงได้” อลิซาเบธ เฟลป์สนักจิตวิทยาแล้วก็นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าว “โน่นสำเร็จกระทบที่ร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่งของความเคร่งเครียดต่อสมอง”

การไม่มีค่านั้นได้รับการชี้แจงไว้ภายในการเล่าเรียนเยอะๆ

ดูบอลสด แบบอย่างหนึ่งที่น่าจำมาจากนักเรียนแพทย์ที่ตระหนก 20 ผู้ที่จะต้องพบเจอกับการสอบเอกสารสิทธิ์ ภายหลังหนึ่งเดือนของการเตรียมพร้อมทดลองที่มีความเคร่งเครียดสูงเด็กนักเรียนทำข้อสอบความพอใจได้ห่วยแตกกว่าที่ทำภายหลังจากการสอบจบลง การสแกน MRI ที่ใช้งานได้ชี้ให้เห็นว่าภายใต้ความเคร่งเครียดการเชื่อมต่อด้านหน้าของเด็กนักเรียนกับส่วนอื่นๆของสมองน้อยลงนักวิทยาศาสตร์กล่าวในการปฏิบัติงานของ National Academy of Sciences ในปี 2009 เมื่อเยื่อหุ้มสมองข้างหน้าเงียบลงโครงข่ายสมองที่มีปฏิกิริยาสนองตอบมากเพิ่มขึ้นจะเข้ามาแทนที่ วงจร“ ดึกดำบรรพ์” เล็กน้อยพวกนี้ดังที่ Arnsten เรียกมันว่ามีศูนย์กลางอยู่ที่อะไม่กดาแลส่วนประกอบรูปอัลมอนด์สองตัวที่ฝังลึกเข้าไปในสมองซึ่งช่วยทำให้พวกเรารู้สึกและก็สนองตอบต่อภัยรุกราม ปฏิกิริยาสนองตอบตามสัญชาตญาณที่เร็วพวกนี้ “มีสาระถ้าเกิดคุณจะต้องพบเจอกับงู” Arnsten กล่าว “แต่ว่าไร้สาระแม้คุณจำต้องพบเจอกับการตัดสินใจด้านการแพทย์ที่สลับซับซ้อน” การทดสอบปัจจุบันที่เผยแพร่ทางออนไลน์ตอนวันที่ 2 ม.ย.ใน Current Biology ทำให้เห็นว่าความตึงเครียดสามารถแปลงผู้คนออกมาจากการวางเป้าหมายอย่างถี่ถ้วนได้เช่นไร เมื่อผู้คนถูกรุกรามด้วยกระแสไฟฟ้าช็อตความรู้ความเข้าใจสำหรับการคิดแผนล่วงหน้าของพวกเขาก็บินออกไปเมืองนอกหน้าต่าง Anthony Wagner นักประสาทวิทยาด้านความรู้ความเข้าใจที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดรวมทั้งสหายร่วมงานขอให้ 38 คนศึกษาทางที่เคยชินผ่านเมืองเปรียบเสมือนจริง ด้วยการฝึกหัดผู้คนได้ทำความเข้าใจทางกลุ่มนี้ตลอดจนตำแหน่งของวัตถุที่จำได้ดังเช่นว่าม้าลายลูกแอปเปิ้ลแม็กเย็บกระดาษหรือบริเวณใบหน้าของ Taylor Swift ไปพร้อม “ ปัญหาของพวกเราเป็น ‘ความเคร่งเครียดมีผลเสียอย่างไรบ้าง?’” วากเนอร์กล่าว เพื่อหาคำตอบนักค้นคว้าได้ใช้ zaps กระแสไฟฟ้าที่ “เจ็บพอเหมาะพอควร” เพื่อกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความตึงเครียดในผู้เข้าร่วมบางบุคคลซึ่งกลับไปยังเมืองเสมอเหมือนจริงที่รู้จักและก็ถูกขอให้หาทางไปยังม้าลายฯลฯ ผู้ทดลองไม่รู้จักว่าจะสะดุ้งเมื่อใดและไม่สามารถควบคุมลักษณะใดๆก็ตามของมันได้ ภายหลังจากการฝึกอบรมผู้เข้าร่วม – บางบุคคลอยู่ภายใต้ความตึงเครียดจากความคาดหมายว่าจะมีการสะเทือนถัดไปรวมทั้งนิดหน่อยมิได้ถูกส่งคืนเข้าไปในเมืองเหมือนจริงรวมทั้งขอให้หาทางไปยังรายการเฉพาะ แต่ว่ามีเทคนิค: ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าถึงเครื่องที่มีไว้สำหรับในการเย็บกระดาษได้เร็วขึ้นแล้วก็มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้นโดยใช้ทางลัด อย่างไรก็แล้วแต่ทางลัดต้องมีการคิดแผนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆความริเริ่มคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้นแล้วก็การพึ่งพิงความเกี่ยวข้องที่ทำความเข้าใจมาก่อนหน้านี้ระหว่างถนนหนทาง นักค้นคว้าพบว่าผู้ที่เครียดมีทิศทางที่จะใช้ทางลัดลดลง ผู้ที่เครียดจากความ